แมวขาวมณี

แมวไทยในราคาหลักล้าน

โด่งดังและฮือฮาไปทั่วโลก เมื่อสำนักข่าวระดับนานาชาติอย่าง “รอยเตอร์” รายงานไปทั่วโลกว่า ประเทศไทยมีแมวหายากพันธุ์ “ขาวมณี” ปรากฏขึ้นมา และสนนราคาในตลาดมืดถึงตัวละ 1 ล้านบาท! ในอดีตเมื่อหลายปีก่อน ข่าวแมวที่โด่งดังที่สุดก็เห็นจะเป็นกรณี พระครูใบฎีกาฉลวย แห่งวัดสวนมณีทรัพย์ จังหวัดชุมพร ประกาศขาย แมวตัวละ 150 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นแมวพิเศษกว่าแมวตัวอื่นๆ ตรงที่มันมีตาเป็นเพชร หรือที่เรียกว่า “เพชรตาแมว” ซึ่งมีความเชื่อ กันว่าเป็นของวิเศษตามธรรมชาติ ใครมีแล้วจะแคล้วคลาด อยู่ยงคงกระพัน เหมือนกับการมีเขี้ยวหมูตัน หรือฟันเสือโคร่ง อย่างไรอย่างนั้น แต่ครั้งนั้น ไม่มีข่าวว่าใครควักเงินร้อยกว่าล้านไปซื้อแมว และแมวตัวที่ว่าตอนนี้เป็นอย่างไร จนมาล่าสุดเจ้า “ขาวมณี” นี่แหละที่เรียกว่าดังกันทั่วโลก นำดี วิตตะ ผู้บริหารศูนย์รวมอนุรักษ์มรดกไทย พุทธมณฑลอุทยานแมวไทยโบราณ (นัยน์ตา 2 สี) เจ้าของแมวขาวมณีเล่าให้ฟังว่า เมื่อสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานข่าวดังกล่าวออกไป ได้ส่งผลกระทบต่อการดูแลแมวทั้งหมด โดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัยเพราะกลัวว่าจะมีการเข้ามาขโมยแมวออกไปเพื่อเพาะพันธุ์หรือขายต่อ ศูนย์ฯ ได้จัดการป้องกันโดยให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวน 17 คน เฝ้าระวังภัยตลอด 24 ชั่วโมง และยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นญาติมาคอยดูแลอยู่ตลอดเวลาหลังเวลาราชการอีก 2 คนจึงพอวางใจได้ ส่วนราคาของเจ้าเหมียวขาวมณี นำดียืนยันว่าไม่เคยบอกเลยว่ามีการขายกันในราคา 1 ล้านบาท แต่จะย้ำเสมอมาว่ามูลค่าของเจ้าแมวขาวมณีจะสูงมาก หรือประเมินค่ามิได้ และจะมีการขายกันราคาเท่าไรอย่างไรคงตอบไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีการเข้าใจผิดอีกเกี่ยวกับจำนวนแมวที่นำมาแสดงโดยเรื่องนี้ข่าวที่เสนอมักจะบอกว่าตนมีแมว 200 ตัวบ้าง 300 ตัวบ้าง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วที่นำมาแสดงอยู่นี้มีด้วยกันฟาร์มแมวที่กาญจนบุรีอีก 150 ตัว ซึ่งการที่ไม่ได้พร้อมกันจำนวนมากๆ เป็นเพราะแมวเหล่านี้ติดเชื้อง่ายและจะตายในที่สุด
อดีตที่ผ่านมาเคยมีแมวเสียชีวิตถึง 200 ตัว ด้วยสาเหตุจากการติดเชื้อโรค เป็นความเสียใจอย่างมาก และจะไม่ยอมให้มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาอีก

สำหรับแมวขาวมณีนั้น นำดีอ้างว่าเป็นแมวไทยโบราณแท้ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ไปจากโลก โดยสืบทอดสายพันธุ์มาหลายชั่วอายุคน โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดมากและทวงที่สุดและมอบหน้าที่ให้พระโอรส กรมหลวงชุมพร เขตอุตเศักดิ์ ขยายพันธุ์สืบทอดมายังพระธิดา ม.จ.หญิงเริงจิตร แจรง อาสกากรณ์ และบรรพบุรุษของน้ำดีเป็นผู้เลี้ยง จึงได้สายพันธุ์แท้สืบต่อมา
ลักษณะเด่นของแมวขาวมณีคือ ตาทั้งสองข้างจะมีสีต่างกันข้างหนึ่งอาจเป็นสี.ขียวมรกต
อีกข้างสีเหลืองอำพัน หรือข้างหนึ่งสีน้ำเปินฟ้า อีกข้างสืขาวเพชร คนสมัยโบราณตั้งฉายาให้แมวนี้ว่า แมวคาเพชร อย่างไรก็ตามนายสัตวแพทย์ชิษณุ ติยะเจริญศรี เลขาธิการ
ลนช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทยกล่าวว่า แมวไทยแท้ในประเทศไทยมีอยู่ด้วยกันสายพันธุ์ ประกอบด้วย วิเชียรมาศ (เก้าแต้ม) ภลักษณ์ (ทองแดง) สามมาเลิศ และขาวมณี (ขาวปลอด)

สำหรับแมวขาวมณีที่ปรากฏข่าวขึ้นมานี้ ปกติแมวขาวมณีจะมีสีของตาเพียงสีเดียว คือสีเหลืองอำพันหรือสีฟ้าอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่เป็น 2 สี และบางตัวก็มีสีชมพูไม่ได้ขาวทั้งตัวส่วนการที่แมวมีตา2 สี อาจเป็นไปได้ว่ามีการผสมข้ามพันธุ์เกิดขึ้น โดยเอาแมวขาวมณีไปผสมกับแมววิเชียรมาศหรือแมวเก้าแต้ม ลูกที่ได้ก็จะมีลักษณะตา 2 สี ลักษณะเด่นของแมววิเชียรมาศคือคำว่าเก้าแต้มนี่เอง แมวพันธุ์นี้มีจุดเด่น 9 ตำแหน่ง คือ ปลายเท้า 4 หู 2 ข้าง ปลาย จมูก หาง และอวัยวะเพศ โดยแมววิเชียรมาศจะมีสีโกโก้ ขณะที่แมวขาวมณีจะมีสีขาว เมื่อนำมาผสมกันลูกที่ได้จะมีตา 2 สี และมีสีขาวทั้งตัว สัตวแพทย์ชิษณุ กล่าวอีกว่า ราคาที่ซื้อขายแมวขาวมณีนั้นที่วัดอนงคาราม ที่ถือได้ว่าเป็นแหล่งตำนานแมวที่แท้จริงแห่งหนึ่ง

มีการเสนอขายแมวตา 2 สีลักษณะนี้โดยเรียกกันว่าแมวตาเพชร ซึ่งมีการเสนอขายกันในราคาแสนบาทเท่านั้น เรื่องที่มีการเสนอข่าวการซื้อแมวด้วยราคา 1 ล้านบาท คงไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงเท็จประการใดหรือไม่ โดยธรรมชาติของการซื้อขายแล้ว มักจะขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ซื้อและผู้บาย หากพอใจแล้วราคาเท่าไรก็คงซื้อหากันได้นอกจากนั้นสำหรับแมวขาวมณีนี้ วงการเลี้ยงแมวระดับโลกแล้วไม่ยอมรับ และเทียบชั้นกับแมวไทยพันธุ์อื่นๆ ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นแมวโคราชหรือแมวสีสวาด ที่ได้มีการจดทะเบียนเป็นแมวไทยในแหล่งสำคัญๆ อย่างประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว ส่วนแมววิเชียรมาศหรือเก้าแต้ม ได้จดทะเบียนเป็นแมวไทยพันธุ์แท้ในประเทศอังกฤษ ซึ่งเท่ากับเป็นการรับรองสายพันธุ์แท้และมีการซื้อขายกันเกิดขึ้นจริงแต่แมวเหล่านี้มีเรื่องน่าเศร้าตรงที่ การขยายพันธุ์และชื้อขายกันจะอยู่ในหมู่คนต่างชาติเท่านั้น ส่วนคนไทยไม่มีแมวพันธุ์ที่ว่านี้กันทั้งที่แมวไทยดังกล่าวสนนราคาซื้อขายในต่างประเทศสูงถึงตัวละ 20,000-30,00ง บาท แทนที่แมวทั้งสองสายพันธุ์ จะเป็นสินค้าส่งออกที่นำรายได้มหาศาลเข้าประเทศ กลับเป็นว่าไทยถิ่นกำเนิดของแมวไทยแท้ไม่มีแมวอยู่ในประเทศเลย

และก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าอีกเมื่อใด แมวไทยสายพันธุ์แท้เหล่านี้จะได้กลับบ้านเกิด และเป็นแมวไทยของไทยอย่างแท้จริง!